บันทึก

ราคาวัสดุขึ้นกลางสัญญา รักษากำไรงวดยังไง

งวดงานราคาตายตัวล็อคได้แค่มูลค่าใบวางบิลที่จะออกเมื่องานผ่านการตรวจรับ แต่ไม่ได้ล็อคต้นทุนวัสดุที่ต้องใช้ทำงานนั้น เมื่อราคาวัสดุขึ้นระหว่างวันที่คุณยื่นราคาถึงวันที่ต้องสั่งซื้อจริง ส่วนต่างจะวิ่งเข้ากำไรของคุณเงียบๆ ถ้าไม่มีใครจับได้ก่อน

ส่วนใหญ่ผู้รับเหมาช่วงจะพบปัญหานี้ตอนปิดงานแล้ว บัญชีสุดท้ายแสดงกำไรน้อยกว่าที่คิด แต่วัสดุติดตั้งเสร็จหมดแล้ว และการจะพูดเรื่องทวงคืนค่าส่วนต่างก็ล่วงเลยมาหลายเดือนแล้ว

งวดงานราคาตายตัวปกป้องกำไรไม่ได้อย่างไร

ราคางวดงานคือสิ่งที่ผู้รับเหมาหลักตกลงจะออกใบรับรองให้เมื่อรับมอบงานตามขอบเขตที่กำหนด โครงสร้างต้นทุนที่คุณคำนวณไว้ตอนยื่นราคา ไม่ว่าจะเป็นค่าแรง ปริมาณวัสดุ และราคาต่อหน่วย ล้วนเป็นการคำนวณส่วนตัวของคุณ ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของสัญญา

เมื่อวัสดุที่ต้องใช้ในงวดนั้นราคาสูงกว่าที่คุณตีราคาไว้ ผู้รับเหมาหลักก็ยังมีหน้าที่ออกใบรับรองในราคางวดเดิม ส่วนต่างตกอยู่กับกำไรของคุณ เว้นแต่สัญญาจะให้ช่องทางเรียกคืน และคุณต้องใช้ช่องทางนั้นทันเวลา

ข้อสัญญาเรื่องราคาวัสดุมีเขียนไว้ยังไง

สัญญารับเหมาช่วงไทยส่วนใหญ่ไม่ได้พูดถึงการปรับราคาวัสดุตามตลาด ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไม่ได้ให้สิทธิ์ปรับมูลค่าสัญญาโดยอัตโนมัติเมื่อราคาตลาดขยับ สิ่งที่กฎหมายและสัญญาส่วนใหญ่ให้คือสิทธิ์เรียกงานเพิ่ม เมื่อมีการสั่งเปลี่ยนวัสดุที่ระบุ เปลี่ยนขอบเขตงาน หรือเมื่อ Supplier ที่ถูกระบุในสัญญาขึ้นราคาหลังจากถูกระบุ

สัญญาในโครงการเชิงพาณิชย์หรืออุตสาหกรรมขนาดใหญ่บางโครงการใช้แม่แบบแบบ FIDIC ซึ่งมีข้อกำหนดเรื่อง fluctuations ที่อนุญาตให้ปรับมูลค่าตามดัชนีราคาที่กำหนด ถ้าสัญญาของคุณมีข้อนี้ วันฐาน (base date) และดัชนีที่อ้างอิงคือสิ่งสำคัญที่สุด ข้อกำหนดที่มีวันฐานผิด หรือดัชนีที่เข้าถึงไม่ได้ในทางปฏิบัติ ก็ไม่ต่างจากไม่มีข้อนี้

ถ้าสัญญาไม่มีข้อ fluctuations ทางออกของคุณคือการเรียกงานเพิ่มสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่ถูกสั่ง ไม่ใช่การอ้างว่าราคาตลาดขึ้นโดยตรง

งวดไหนในBOQของคุณเสี่ยงที่สุด

ไม่ใช่ทุกงวดที่มีความเสี่ยงเท่ากัน งวดที่ควรตรวจก่อนสั่งซื้อคืองวดที่วัสดุหมวดใดหมวดหนึ่งคิดเป็นสัดส่วนใหญ่ของมูลค่างวด วัสดุนั้นผลิตพิเศษ นำเข้า หรือซื้อได้จากผู้ผลิตไม่กี่ราย และ Lead time ระหว่างสั่งถึงส่งมอบนานหลายสัปดาห์

ในงานฟิตเอาต์และงานติดตั้ง หมวดที่มักทำให้ราคาสั่งซื้อจริงต่างจากราคาตีไว้ในใบเสนอราคาได้ชัดที่สุดคือระบบอะลูมิเนียมสั่งทำ ระบบกระจกนำเข้าตามสเปค อุปกรณ์ไฟฟ้า สวิตช์บอร์ด และงานระบบเครื่องกล วัสดุโครงสร้างในโครงการที่ดำเนินการนานหลายเดือนก็สร้างความเสี่ยงได้เช่นกัน

สิ่งที่ทำได้ก่อนสั่งซื้อสำหรับสามงวดถัดไป: สำหรับแต่ละงวด ระบุรายการวัสดุหลักที่ใหญ่ที่สุดในต้นทุน แล้วขอราคาปัจจุบันจาก Supplier ถ้าต่างจากที่ตีราคาไว้อย่างเห็นได้ชัด งวดนั้นต้องตัดสินใจก่อนสั่งซื้อ

สร้างเอกสารสำหรับเรียกงานเพิ่มอย่างไร

ตัวอย่างทำให้เห็นภาพชัดขึ้น ผู้รับเหมาช่วงติดตั้งระบบผนังกั้นอะลูมิเนียมสั่งทำในออฟฟิศเชิงพาณิชย์ 6 โซน งวดที่สามครอบคลุมโซน 4 ถึง 6 ระบบอะลูมิเนียมถูกตีราคาไว้ในอัตราหนึ่ง แต่พอถึงเวลาต้องสั่งซื้อจริง Supplier ที่ถูกระบุในสัญญาแจ้งราคาใหม่สูงกว่าเดิม ส่วนต่างในปริมาณทั้งงวดมีนัยสำคัญ

ผู้รับเหมาช่วงตรวจสัญญา พบว่าสเปคไม่ได้ถูกเปลี่ยน แต่ Supplier ที่ถูกระบุขึ้นราคาหลังจากถูกระบุ สัญญามีข้อคุ้มครองกรณีนี้ภายในกรอบเวลาแจ้งที่กำหนด

ผู้รับเหมาช่วงส่งหนังสือแจ้งหนึ่งย่อหน้าในสัปดาห์เดียวกัน ระบุหมายเลขงวด หมวดวัสดุ ราคาตอนยื่นประมูลกับราคาปัจจุบัน ข้อในสัญญาที่อ้างอิง และระบุว่ากำลังเรียกงานเพิ่ม จดหมายนี้มีการประทับเวลาทั้งในอีเมลและ LINE

สี่สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้เดินได้: BOQ ส่วนที่ระบุราคาต่อหน่วยตอนยื่น ใบเสนอราคาปัจจุบันของ Supplier พร้อมวันที่และเลขอ้างอิง ข้อสัญญาหรือคำสั่งที่ให้สิทธิ์เรียกร้อง และหนังสือแจ้งที่ส่งก่อนสั่งซื้อ การเรียกร้องที่รวบรวมหลังงานเสร็จมักขาดองค์ประกอบข้อใดข้อหนึ่ง การเรียกร้องที่รวบรวมก่อนสั่งซื้อคือสิทธิ์ตามสัญญา

ป้องกันได้ตั้งแต่ตอนสั่งซื้อไหม

วิธีที่น่าเชื่อถือที่สุดในการป้องกันความเสี่ยงจากราคาวัสดุคือการล็อคราคาก่อนที่มันจะขึ้น ควบคุมได้มากกว่าที่คิด เพราะ Lead time ของสินค้าที่ระบุสเปคมักรู้ได้ตั้งแต่ตอนยื่นราคา งานโลหะสั่งทำโดยทั่วไปต้องการ 6 ถึง 8 สัปดาห์ ระบบกระจกนำเข้าอาจต้องการ 12 สัปดาห์ขึ้นไป

เมื่อวันเป้าหมายสั่งซื้อถูกผูกไว้กับแถบติดตั้งในตาราง Gantt หน้าต่างเวลาที่ต้องตัดสินใจสั่งจะมองเห็นได้ก่อนหน้าต่างนั้นจะปิด แถบที่เริ่มในสัปดาห์ที่ 10 ซึ่งใช้วัสดุที่ Lead time 8 สัปดาห์ ต้องตัดสินใจสั่งซื้อในสัปดาห์ที่ 2 ถ้าความเชื่อมโยงนี้ไม่เห็นในตาราง ก็ต้องพึ่งความจำ และความจำมักพลาดในสัปดาห์ที่ราคาขยับ

วันสั่งซื้อต่างจากวันส่งของ วันส่งของบอกว่างานจะเริ่มได้เมื่อไหร่ วันสั่งซื้อบอกว่าราคาจะถูกล็อคเมื่อไหร่ ทั้งสองวันควรอยู่ในตารางสำหรับงวดที่ต้นทุนวัสดุมีนัยสำคัญ

ถ้าสัญญาไม่มีข้อปรับราคาวัสดุเลย ทำอะไรได้บ้าง?

ถ้าไม่มีข้อ fluctuations ทางเลือกจำกัดอยู่ที่การเรียกงานเพิ่มสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่ถูกสั่ง ไม่ใช่การอ้างความผันผวนของตลาดโดยตรง ความเสี่ยงนี้อยู่ในราคาที่คุณยื่นไปแล้ว สำหรับงานครั้งต่อไป การกำหนดอายุราคาให้สั้นลง หรือระบุวันฐานสำหรับราคาวัสดุในใบเสนอ จะให้ช่องทางในการเปิดการสนทนาใหม่ถ้าราคาขยับมากก่อนงานเริ่ม

แจ้งสิทธิ์เรียกงานเพิ่มเรื่องราคาวัสดุเร็วแค่ไหนถึงพอ?

ยิ่งเร็วยิ่งดี สัญญาส่วนใหญ่กำหนดให้แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 7 ถึง 14 วันหลังจากเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดสิทธิ์ ใบยืนยันราคาจาก Supplier ที่สูงกว่าราคาตีไว้คือเหตุการณ์นั้น หนังสือที่ส่งในสัปดาห์เดียวกัน ระบุหมายเลขงวด วัสดุที่ได้รับผลกระทบ และยอดผลต่าง จะรักษาสิทธิ์ไว้ได้ แม้แต่หนังสือแจ้งสำรองที่ยังไม่ระบุตัวเลขชัดเจนก็ดีกว่าไม่มี หนังสือที่ส่งหลังติดตั้งเสร็จแล้วไม่มีผลแบบเดียวกัน

เอกสารแบบไหนที่ทำให้การเรียกงานเพิ่มน่าเชื่อถือ?

สี่รายการ: BOQ ส่วนที่ระบุราคาต่อหน่วยตอนยื่น ใบเสนอราคาปัจจุบันพร้อมวันที่และเลขอ้างอิง หลักฐานยอดที่จ่ายจริง และหนังสือแจ้งที่ส่งก่อนหรือใกล้เคียงวันสั่งซื้อ ถ้ามีการแก้ไขแบบหรือมีคำสั่งเปลี่ยนสเปค เอกสารนั้นควรอยู่ในชุดเดียวกัน การเรียกร้องที่มีครบสี่อย่างเปิดทางเจรจา การเรียกร้องที่ขาดก็เปิดทางปฏิเสธ


ถ้าคุณกำลังดูงวดงานที่ต้นทุนวัสดุดูเหมือนจะเกินที่ตีราคาไว้ การคุย 45 นาทีเป็นจุดเริ่มต้นที่ใช้ได้จริง เราเปิดงวดนั้นด้วยกัน ตรวจข้อสัญญาที่เกี่ยวข้อง และดูว่าเอกสารที่มีรองรับอะไรได้บ้าง

อยากรู้ไหมว่าปีนี้รอยต่อกินเงินคุณไปเท่าไหร่

จองคุย 45 นาที เราเปิดแฟ้มตรวจรับไปด้วยกัน แล้วนับว่ามีงวดไหนที่เขารับไปแล้วแต่ยังไม่มีใครวางบิล ตัวเลขนั้นเป็นของคุณ ไม่ว่าสุดท้ายจะได้ร่วมงานกันหรือไม่

จองเวลาคุย

สัปดาห์ละเรื่อง เรื่องการเดินงานรับเหมาโดยไม่ให้เงินหายตามรอยต่อ

บันทึกสำหรับผู้รับเหมาที่เก็บเงินเป็นงวด · ไม่มีสแปม ยกเลิกได้ทุกเมื่อ

LINE